วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การสอนแบบจุลภาค (Micro Teaching)



       การสอนแบบจุลภาค (Micro  Teaching)
                                                                           
ความหมาย
          การสอนในสภาพการจำลองย่นย่อ  เพื่อฝึกทักษะการสอนโดยการสอนกับนักเรียนกลุ่มขนาดเล็ก ๆ
ความสำคัญ
  การฝึกหัดสอนในสถานการณ์จริงๆ ที่มีทั้งครูและนักเรียน โดยผู้สอนมีจุดมุ่งหมายเฉพาะที่จะฝึกฝนทักษะในการสอน เพียงทักษะใดทักษะหนึ่งเท่านั้น  การสอนแบบจุลภาคเหมาะที่จะใช้ฝึกสำหรับนักเรียนฝึกหัดครู ครูใหม่หรือครูเก่าให้มีโอกาสฝึกทักษะในการสอนโดยใช้บทเรียนสั้นๆ ที่ใช้เวลาเพียง    - ๑๐ นาที  เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการสอน ความสบายใจ เป็นการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ   ตลอดจน เพิ่มพูนประสิทธิภาพในการสอนให้กับครูที่ฝึก ซึ่งเมื่อได้ออกไปทำการสอนจริงๆ ในชีวิตการเป็นครู จะสอนได้ดีและเป็นครูชั้นอาชีพจริงๆ

แนวปฏิบัติในการสอนแบบจุลภาค

.  จัดให้มีการอธิบายเกี่ยวกับทักษะ ตลอดจนวิธีใช้ทักษะให้ผู้สอนมีความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
.  ให้ผู้สอนได้เห็นตัวอย่างการสอน ทักษะต่างๆ และฝึกการมองประเด็นสำคัญของแต่ละทักษะ
.  เตรียมบทเรียนที่จะสอน โดยอาศัยจากบทเรียนหรือจะใช้สถานการณ์จำลอง เพื่อสร้างสภาพการณ์จำลองให้ผู้สอนเลือกหาวิธีสอนอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับการสอน
.  ผู้สอนทำการสอนแต่ละทักษะตามหลักการดังต่อไปนี้
     .  ฝึกสอนแต่ละทักษะ ประมาณ ๕ - ๑๐ นาที
     .  ผู้สอนดูภาพหรือฟังเทปบันทึกการสอน พร้อมกับนักเรียนและอาจารย์นิเทศ
     .  สรุปการสอนของตนและรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อหาลู่ทางปรับปรุงการสอนอีกครั้ง
     .  ใช้เวลาประมาณ ๑๕ - ๒๐ นาที เพื่อปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะเพื่อเตรียมสอนซ้ำอีกครั้ง
     .  สอนซ้ำในทักษะเดียวกันตามข้อเสนอแนะ
     .  ดูภาพและหรือฟังเทปบันทึกการสอนของตนร่วมกับนักเรียน อาจารย์นิเทศและร่วมกันอภิปราย สรุปการสอน
                 
วิธีการฝึกสอนแบบจุลภาค
   1.  ศึกษาทักษะการสอน
   2.  ทดลองลองสอนและบันทึกเทปโทรทัศน์
   3.  เรียนรู้ผลการสอนของตนและวิจารณ์
   4.  สอนซ้ำแก่นักเรียนกลุ่มใหม่

หลักของการประเมินผล
  การประเมินผลต้องควรคำนึงถึงหลักสำคัญดังต่อไปนี้
    1. การประเมินผลต้องตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้
    2. การประเมินผลต้องวางแผนร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สื่อการสอน ตลอดจนการจัดโปรแกรมต่างๆ
  3. การประเมินผลควรจะเป็นการประเมินผลร่วม เนื่องจากผู้เรียนและผู้สอนต้องมีส่วนร่วมในการวางจุดประสงค์ เพราะฉะนั้นทั้งผู้เรียนและผู้สอนควรจะประเมินผลร่วมกัน
   4. การประเมินผลควรใช้เครื่องมือที่เหมาะสม การที่จะใช้เครื่องมือชนิดใดเช่นข้อสอบแบบข้อเขียน ข้อสอบภาคปฏิบัติหรือการสังเกตเป็นต้น ย่อมขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ การเรียนรู้ที่จะประเมิน
     5. การประเมินผลต้องดำเนินการอย่างยุติธรรมและเชื่อถือได้

วิธีการประเมินผล
 1. พิจารณาจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ว่า แต่ละจุดประสงค์ระบุถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านใด โดยพยายามจำแนกจุดประสงค์เหล่านั้นออกเป็นพฤติกรรมด้านต่าง ๆ 3 ด้านคือ
     1.1 ด้านพุทธิพิสัย  เป็นจุดประสงค์ที่ระบุถึงความสามารถในการเรียนรู้ข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดของเนื้อหาในรูปของความจำ ความเข้าใจ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า
      1.2 ด้านจิตพิสัย  เป็นจุดประสงค์ที่ระบุถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ในส่วนที่เกี่ยวกับความสนใจ กิจนิสัย ความพึงพอใจ การเห็นคุณค่าในเนื้อหา วิธีการข้อปฏิบัติต่าง ๆ
     1.3 ด้านทักษะพิสัย เป็นจุดประสงค์ที่ระบุถึงการปฏิบัติทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ฯ
2.เลือกเครื่องมือที่จะใช้วัดผลเพื่อนำผลที่ได้ไปประเมินโดยพิจารณาจากพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ต้องการประเมินการวัดพฤติกรรมแต่ละด้านควรใช้เครื่องมือดังต่อไปนี้
      2.1 พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย  ใช้ข้อสอบข้อเขียน
      2.2 พฤติกรรมด้านจิตพิสัย  ใช้ข้อสังเกต
      2.3 พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย  ใช้ข้อสอบภาคปฏิบัติ
 3. ดำเนินการสร้างเครื่องมือที่จะใช้ให้สามารถวัดพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ที่ต้องการจะวัดได้อย่างตรงตามความต้องการและมีคุณภาพ






วิธีสอนแบบจุลภาค (Micro-Teaching Method)
 
          เป็นวิธีสอนที่ยึดหลักการย่อส่วนทั้งขนาดของชั้นเรียน ระยะเวลาที่สอนและชนิดของทักษะ วิธีสอนแบบจุลภาคใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที  ในการฝึกทักษะแต่ละชนิด เมื่อสอนเสร็จมีการวิเคราะห์และประเมินผลการสอนจากภาพและเสียงบันทึกไว้ใน Video Tape และนำผลไปปรับปรุงพัฒนาการสอน  การสอนแบบจุลภาคจึงเป็นการฝึกทักษะการสอนในสถานการณ์ย่อส่วนจากสถานการณ์จริงๆ เพื่อง่ายแก่การฝึกภายใต้การควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ  ผู้ฝึกได้มีโอกาสตรวจสอบและปรังปรุงการสอนของตน    ลักษณะการสอนแบบจุลภาคที่สำคัญ มีดังนี้
1.      เป็นสถานการณ์จริงในสถานการณ์จำลอง
2.      เป็นการลดความซับซ้อนของการสอนตามชั้นเรียนปกติ ได้แก่ ลดขนาดของห้องเรียน ลด
ขอบเขตของเนื้อหาวิชา และลดเวลา
3.      เป็นการฝึกทักษะเฉพาะอย่าง เช่น ทักษะการอภิปราย การแก้ปัญหา และการสาธิต ฯลฯ
4.      ได้ทราบผลการประเมินประสิทธิภาพการสอนและนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนา
ขั้นตอนการสอนแบบจุลภาค
ขั้นที่ เตรียมครูผู้สอน ได้แก่ การศึกษาทักษะการสอน
ขั้นที่ ทดลองสอนและบันทึกเทปวีดีทัศน์
ขั้นที่ เรียนรู้ผลการประเมินการสอน
ขั้นที่ ปรับปรุงพัฒนาการสอนกับนักเรียนกลุ่มใหม่